วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

พระราชาในนิทาน

เขาบอกพระราชา ที่อยู่ในนิทาน
จะใส่มงกุฎอันแสนสวยงาม
แต่ว่าราชาของฉัน เวลาออกไปทำงาน
มีเพียงหมวกเล็กๆ แค่หนึ่งใบ
เขาบอกพระราชา มีแต่คนรับใช้
จะไปไหนก็แสนจะสุขสบาย
แต่ว่าราชาของฉัน
ทรงเหนื่อยล้ามามากมาย
ลำบากเพื่อเราคนไทยทุกๆ คน

เขาบอกพระราชา นั่งอยู่บนบังลังก์
ใส่เสื้อคลุมหนัง บนยอดปราสาทเสียดฟ้า
แต่ว่าราชาของฉัน ทรงเดินอยู่บนผืนหญ้า
เก้าอี้ของพระราชาคือพื้นดิน
เขาบอกพระราชา มาจากบนสวรรค์
ได้ฟังอย่างงั้น ฉันรู้มันคือความจริง
เพราะว่าราชาของฉัน คือเทวดาเดินดิน
ไม่เหมือนที่เคยได้ยินจากนิทาน

ท่านสอนให้เราพอเพียง
พากเพียรทำแต่ความดี
ทรงสอนมาเจ็ดสิบปีไม่เคยเหนื่อย
แต่แล้วข้อความจากฟ้า
บอกว่าถึงเวลา
ท่านจะต้องทรงพักผ่อนแล้ว

ขอส่งให้เสียงเพลง ดังไปยังสวรรค์
ว่าพวกเรานั้น คิดถึงองค์พระราชา
ลูกจะทำแต่ความดี
เหมือนที่พ่อเคยสอนมา
เพื่อให้พระราชาหลับสบาย

ขอส่งให้เสียงเพลง ดังไปยังสวรรค์
ว่าพวกเรานั้น คิดถึงองค์พระราชา
ลูกจะทำแต่ความดี
เหมือนที่พ่อเคยสอนมา
เพื่อให้พระราชาหลับสบาย

ขอส่งให้เสียงเพลง ดังไปยังสวรรค์
ว่าพวกเรานั้น คิดถึงองค์พระราชา
ลูกจะทำแต่ความดี
เหมือนที่พ่อเคยสอนมา
เพื่อให้พระราชาหลับสบาย




ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระราชาในนิทาน

อ้างอิง http://xn--72c9bva0i.meemodel.com/

ดาวเนปจูน (Neptune)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดาวเนปจูน




ดาวเนปจูนเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่เป็นที่ ๔ ในระบบสุริยะ จุโลกได้ถึง ๖๐ ดวง ระยะห่างเฉลี่ย จากดวงอาทิตย์ ๔,๕๐๔ ล้านกิโลเมตร อยู่ไกลจากโลกมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่เท่านั้น จึงจะเห็นเป็นจุดริบหรี่ได้ สิ่งที่มนุษย์รู้เกี่ยวกับดาวเนปจูน ในทุกวันนี้ จึงเป็นข้อมูลที่ได้มาจากยาน วอยเอเจอร์ ๒ ซึ่งโคจรสำรวจดาวเนปจูนระยะใกล้ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒

ประวัติการค้นพบ
หลังจากค้นพบดาวยูเรนัส ใน พ.ศ. ๒๓๒๔ แล้ว นักดาราศาสตร์เชื่อว่า ต้องมีดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ส่งแรงรบกวนวิถีโคจร ของดาวยูเรนัส จึงคำนวณหาตำแหน่งของดาวเคราะห์ดวงนั้นไว้ล่วงหน้า จนกระทั่งใน พ.ศ. ๒๓๘๙ จึงส่องกล้องโทรทรรศน์ ค้นพบดาวเนปจูนอยู่ใกล้เคียงกับตำแหน่งที่คำนวณไว้

ลักษณะสำคัญ
ดาวเนปจูนมีลักษณะคล้ายกับดาวยูเรนัสหลายอย่าง เช่น มองจากกล้องโทรทรรศน์เห็นเป็นดวงสีน้ำเงิน บรรยากาศหนาทึบ ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นส่วนใหญ่ มีก๊าซมีเทน และไฮโดรคาร์บอนอีกเล็กน้อย เนื่องจาก ก๊าซมีเทนในบรรยากาศชั้นบนดูดกลืนแสงสีแดงไว้ และสะท้อนแสงสีน้ำเงินออกมา จึงทำให้เรามองเห็นดาวเนปจูนมีสีน้ำเงิน คล้ายกับดาวยูเรนัส

ลักษณะเด่นของดาวเนปจูน คือ เป็นดาวเคราะห์แห่งพายุ สภาพอากาศแปรปรวน พบพายุหมุนขนาดใหญ่เท่าโลก ปรากฏเป็นจุดสีคล้ำเด่นชัด เรียกว่า จุดดำใหญ่ อยู่ทางซีกใต้ของดาวเนปจูน ลักษณะคล้ายกับจุดแดงใหญ่ บนดาวพฤหัสบดี นอกจากนั้นยังมีจุดดำขนาดเล็กปรากฏอยู่ทางซีกเหนือ ของดาวเนปจูน เกิดขึ้นและหายไปไม่อยู่คงที่ และกลุ่มเมฆสว่างหมุนวน มีขนาดและรูปร่างไม่คงที่ เคลื่อนที่ไปรอบดาวเนปจูนอีกด้วย สันนิษฐานว่า ลักษณะเหล่านี้เป็นพายุหมุน ที่เกิดจากอุณหภูมิ และความกดอากาศระหว่างชั้นบรรยากาศแตกต่างกัน ทำให้เกิดกระแสอากาศหมุนวน กระแสลมบนดาวเนปจูนแรงจัด วัดความเร็วได้ถึง ๒,๐๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง การสังเกตจุดดำบนตัวดวง ช่วยให้ทราบว่า ดาวเนปจูนหมุนรอบตัวเองครบรอบ ในเวลา ๑๘ ชั่วโมง


ดาวเนปจูนอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์เป็นระยะทาง ๓๐ เท่า ของระยะห่างระหว่างโลก กับดวงอาทิตย์ นักดาราศาสตร์เคยคิดกันว่า ดาวเนปจูนคงได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์น้อยมาก จนไม่น่าจะมีฤดูกาลเกิดขึ้น แต่กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล บันทึกภาพดาวเนปจูนต่อเนื่องนาน ๖ ปี สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ในบรรยากาศระหว่างซีกเหนือกับซีกใต้ ของดาวเนปจูน ได้อย่างชัดเจน




อ้างอิง http://kanchanapisek.or.th/

วาฬไม่ใช่ปลา

วาฬ (นิยมเรียกว่า ปลาวาฬ) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง ออกลูกเป็นตัว มีขนาดตัวที่ใหญ่มหึมา(สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก) วาฬถึงแม้ว่าจะเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ แต่วาฬไม่ใช่สัตว์ประเภทปลา และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปลาเสมอสิ่งที่ทำให้วาฬไม่ใช่ปลา คือ วาฬ หายใจด้วยปอด ซึ่งเหมือนมนุษย์เรา วาฬจึงต้องขึ้นมาเหนือทะเลอยู่ตลอด
บรรพบุรุษของวาฬ เชื่อว่าเป็นสัตว์กินเนื้อบนบกในสมัย พาลิโอซีน เมื่อประมาณ65ล้านปีก่อน จากนั้นก็วิวัฒนาการเริ่มใช้ชีวิตแบบสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำภายในเวลา เพียง10ล้านปีต่อมาในสมัย อีโอซีน หรือเมื่อประมาณ55ล้านปีก่อน โดยจากสัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำจากนั้นขาหลังก็ค่อยหดและเล็กลงจนต่อ มาเมื่อประมาณ 24-26ล้านปี ก่อนกระดูกและข้อต่อก็หดเล็กลงจนไม่มีโผล่ออกมาให้เห็น แต่ในปัจจุบันกระดูกส่วนของขาหลังก็ยังคงมีอยู่โดยเป็นอวัยวะภายในที่มีขนาด เล็ก และทำหน้าที่เพียงเป็นที่ยึดติดของอวัยวะสืบพันธุ์เท่านั้น

ปัจจุบันมีการจัดให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า80ชนิดจัดอยู่ในกลุ่มวาฬ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
มิสติเซเตส หรือวาฬบาลีน โดยวาฬกลุ่มนี้มีลักษณะคือใช้แผ่นกระดูกเป็นซี่คล้ายหวีกรองอาหารจากน้ำทะเล โดยส่วนมากวาฬที่อยู่ในกลุ่มนี้จะเป็นวาฬขนาดใหญ่เช่น วาฬสีน้ำเงิน

โอดอนโตเซเตส หรือวาฬมีฟัน โดยมากจะเป็นวาฬขนาดเล็ก รวมทั้งโลมาทุกชนิด(โลมาขนาดใหญ่ที่สุดเรียกว่าวาฬเพชฌฆาต)


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง http://campus.sanook.com/929416/

ผาวชิราลงกรณ์

ผาวชิราลงกรณ์ หรือชื่อเดิมว่า ผาแดง เป็นสถานที่ฝึกไต่หน้าผาของทหารนาวิกโยธิน       ต่อมาเมื่อ      ๙ ม.ค.๑๓   สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ เสด็จ ฯ   ทอดพระเนตรกิจการทหารนาวิกโยธิน  โดยประทับบนรถสะเทินน้ำสะเทินบก เพื่อทอดพระเนตรการสาธิตการไต่หน้าผา เมื่อจบการสาธิต  พลเรือตรี โสภณ     สุญาณเศรษฐกร  ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน    (ขณะนั้น)    ได้กราบทูลขอพระราชทานชื่อหน้าผาเพื่อเป็นเกียรติประวัติ  และขวัญกำลังใจแก่ทหารนาวิกโยธิน ทุกนายสืบไป ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ ได้พระราชทานชื่อหน้าผาแห่งนี้ว่า ผาวชิราลงกรณ์และเมื่อ ๒๘ ก.ค.๔๕ ผู้บัญชาการทหารเรือได้เป็นประธานในพิธีเปิดหน้าผาแห่งนี้ เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ๕๐ พรรษา ปัจจุบัน นอกเหนือจากจะใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ฝึกไต่หน้าผาของทหารนาวิกโยธินแล้ว กองทัพเรือยังได้เปิดให้เป็นจุดชมทิวทัศน์สำหรับนักท่องเที่ยว ที่มาทัศนศึกษาและได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของหาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน ณ ค่ายกรมหลวงชุมพร  อำเภอสัตหีบ  จังหวัดชลบุรี แห่งนี้



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผาวชิราลงกรณ์


ตอนอยู่ ม.1 เคยไปเข้าค่ายและทำกิจกรรมที่สัตหีบ มีโอกาศได้ไปเที่ยวหาดเตยงาม แล้วเห็นคำว่า ผาวชิราลงกรณ์ ตัวใหญ่มาก ( ตามรูปเลย ) อยู่ไกลมากเลย ความรู้สึกคืออยากไปตรงนั้นมากเลย จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้ไป ได้แค่เห็นรูปถ่ายว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นยังไง ถ้ามีโอกาสก็อยากไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต :)



อ้างอิง http://www.marinestravel.com/2014/09/blog-post_72.html

เรือหลวงจักรีนฤเบศร

เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร จอดเทียบท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งและ เฮลิคอปเตอร์ ของราชนาวีไทย. เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มีมาในกองทัพเรือไทย. เรือลำนี้ได้ต่อขึ้น ณ อู่ต่อเรือบาซาน เมืองโรตา ในประเทศสเปน และได้เดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ ๙  สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐  ในยามปรกติ เรือจักรีนฤเบศร์จะเป็นฐานปฏิบัติ การคุ้มครอง ประโยชน์ของชาติทางทะเล ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และรักษาสิ่งแวดล้อมในทะเลในยามสงคราม เรือจักรีนฤเบศร จะเป็นเรือธง คือ เรือที่ทำหน้าที่ควบคุมและบังคับบัญชากองเรือในทะเล เพื่อควบคุมการปฏิบัติงานป้องกันภัยทางอากาศ การต่อสู้ ทางน้ำและปราบเรือดำน้ำของผู้ที่เข้ามารุกรานประเทศ
                เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร  ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า "จักรีนฤเบศร์" หมายถึง ผู้ยิ่งใหญ่แห่ง ราชวงศ์จักรี เป็นเรือที่ต่อในประเทศสเปน เมื่อปี 2537 เรือลำนี้มีทั้งหมด 11 ชั้น มีความยาว 182 เมตร กว้าง 30.5 เมตร เป็นเรือที่ มียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย มีระบบเรด้าห์ตรวจการณ์ระยะไกล ภารกิจที่สำคัญในยามสงคราม ทำหน้าที่เป็นเรือธง ควบคุมและ บังคับบัญชา กองเรือในทะเลทั้งหมด และยังเป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน ควบคุมการปฏิบัติการป้องกันภัยทางอากาศอีกด้วย


ประวัติเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร
ในปีพ.ศ. 2532 ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ในอ่าวไทยบริเวณจังหวัดชุมพรกองทัพเรือ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ค้นหาและ ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย ทางทะเล ซึ่งทางกองทัพได้ใช้เรือและอากาศยานในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ประสบปัญหาคือเรือ ขนาดใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ขณะนั้นไม่สามารถทนสภาพทะเลได้ ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทำได้ด้วย ความยาก ลำบากการมีเรือขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทันสมัยจะสามารถใช้ในการค้นหา และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่าง รวดเร็ว และทันการ และหากว่ามีเฮลิคอปเตอร์ประจำการบนเรือจะช่วยขยายพื้นที่ในการลาดตระเวน และระยะเวลาในการ ปฏิบัติ การในทะเลได้เป็น เวลานานและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กองทัพเรือจึงได้มีแนวความคิด ในการสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้ สามารถบรรลุภารกิจตามความมุ่งหมายเดิมรัฐบาลไทยได้วางแผนจัดซื้อเรือบัญชาการสนับสนุนการยกพล ขึ้นบก ขนาดระวาง 7,800 ตันจากบริษัทเบรเมอร์ วัลแคนของเยอรมนี แต่ได้ทำการยกเลิกสัญญาเมื่อวันที่22 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 และทำการจัดซื้อ ใหม่จากบริษัทบาซานประเทศสเปน ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและต่อเรือปรินซีเปเดอัสตูเรียส รือธงของ กองทัพเรือสเปนในขณะนั้น คณะรัฐมนตรีของไทยได้มีมติเมื่อ 17 มีนาคมพ.ศ. 2535 อนุมัติให้กองทัพเรือว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ในลักษณะ รัฐบาลต่อรัฐบาล ลงนามโดยรัฐบาลไทยและรัฐบาลสเปนในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2535 เป็นเงิน 7,100 ล้านบาท
เรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้เริ่มสร้างในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 และมีการวางกระดูกงูในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 ทำพิธี ปล่อยเรือลงน้ำในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2539 โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จไปทำพิธี ได้มีการทดลอง แล่นเรือตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2539-เดือนมกราคม พ.ศ. 2540 ร่วมกับกองทัพเรือสเปนที่โรต้า (Rota) ประเทศสเปน รับมอบเรือ และขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540 โดยมีพลเรือเอก วิจิตร ชำนาญการณ์ เป็นผู้รับมอบเรือได้รับหมายเลข 911 และเดินทางถึงประเทศไทยในต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เรือได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงเจิมเรือหลวงจักรีนฤเบศรเพื่อความเป็นสิริมงคล
กองทัพเรือได้ขอพระราชทานชื่อเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กองทัพเรือและเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลัง พลประจำเรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือหลวงลำนี้ว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร แปลว่าผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรีและใช้คำขวัญว่า ครองเวหา ครองนที จักรีนฤเบศร เรือหลวงจักรีนฤเบศรขึ้นระวาง ประจำการ สังกัดกองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ โดยมีนาวาเอกสุรศักดิ์ พุ่มพวง เป็นผู้บังคับการเรือ ปัจจุบันมีนาวาเอกอนิรุธ สวัสดี เป็นผู้บังคับการเรือ




อ้างอิง http://www.paiduaykan.com/province/east/chonburi/chakrinaruebet.html

วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

วิชาการ ต.ส. ปี 59

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560
กิจกรรมวันวิชาการ หนึ่งห้องเรียน หนึ่งธุรกิจ (1 Classroom 1 Business)

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป

ในภาพอาจจะมี ห้องรับแขก, ตาราง และ สถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี 1 คน

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน และ สถานที่กลางแจ้ง

ในภาพอาจจะมี ผู้คนกำลังนั่ง และ สถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี 12 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนอยู่บนเวที และ ผู้คนกำลังยืน

ในภาพอาจจะมี 7 คน, คนที่ยิ้ม

ในภาพอาจจะมี 8 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังนั่ง, ตาราง, สถานที่ในร่ม และ อาหาร

ในภาพอาจจะมี 4 คน, ผู้คนกำลังนั่ง

ในภาพอาจจะมี 5 คน, ผู้คนกำลังยืน และ สถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี 18 คน

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน และ สถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี 1 คน

ในภาพอาจจะมี 9 คน, ผู้คนกำลังยืน, ผู้คนอยู่บนเวที และ งานแต่งงาน

ในภาพอาจจะมี 3 คน

ในภาพอาจจะมี 2 คน, สถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังนั่ง

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ ผู้คนอยู่บนเวที

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน, งานแต่งงาน และ สถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี 7 คน, ผู้คนกำลังนั่ง และ สถานที่ในร่ม

สามารถดูรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ตราดสรรเสริญวิทยาคม

นกกระดาษ

      เรื่องราวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเด็กหญิงซาดาโกะ ซาซากิ ได้รับพิษจากการทิ้งระเบิดปรมาณูของสหรัฐที่ถล่มเมืองฮิโรชิม่า เมื่อ 6 สิงหาคม 2489 หรือปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

      ตอนที่เกิดระเบิดนั้นเด็กหญิงซาดาโกะไม่ได้เกิดอาการเจ็บป่วยในทันที แต่ 11 ปี หลังจากนั้น ในปี 2498 วันที่ซาดาโกะแข่งขันวิ่งผลัดที่โรงเรียน ทำให้เด็กหญิงเหน็ดเหนื่อยและปวดศีรษะอย่างรุนแรง และจากนั้นก็เริ่มปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นสลบในชั้นเรียน
      พอพ่อแม่ซาดาโกะรู้ จึงพาไปหาหมอ และพบกับความจริงที่สะเทือนใจว่า ซาดาโกะป่วยเป็นลูคิเมียหรือมะเร็งในเม็ดเลือด ซึ่งเป็นโรคที่คนสมัยนั้นเป็นกันมาก เพราะถูกปรมาณูในสงครามโลก
      สำหรับซาดาโกะเมื่อทราบชะตาชีวิตตัวเองก็โศกเศร้าร้องไห้ตลอดเวลา เพราะอยากออกจากโรงพยาบาลและกลับไปโรงเรียน แต่ทำไม่ได้ กระทั่งชิซูโกะเพื่อนรักของซาดาโกะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลและนำโอริกามิหรือ กระดาษพับมาให้ พร้อมทั้งเล่าตำนาน "ซูรุ" หรือนกกระเรียนให้ซาดาโกะฟัง
      โดยคนญี่ปุ่นถือว่า ซูรุ เป็นนกศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว ความหวัง ความโชคดีและความสุข นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันความเจ็บป่วยได้ด้วย ถ้าใครสามารถพับนกกระเรียนได้ถึง 1,000 ตัว แล้วผู้นั้นจะมีอาการดีขึ้น
      เมื่อได้ฟังดังนั้นซาดาโกะก็เลยตัดสินใจที่จะพับนก พร้อมกับเขียนคำว่า สันติภาพลงบนปีกนกด้วย เพื่อให้มันบินไปได้ทั่วโลก หลังจากนั้นไม่นานครอบครัวและเพื่อนๆก็พากันช่วยซาดาโกะพับนกกระเรียน เมื่อครบ 500 ตัว ซาดาโกะอาการดีขึ้นและได้รับอนุญาตจากคุณหมอให้กลับไปอยู่ที่บ้าน
      ระหว่างนั้นเด็กหญิงไม่เคยหยุดที่จะพับนกเลย แต่หลังจากกลับไปอยู่บ้านไม่นาน อาการของซาดาโกะก็เริ่มกำเริบขึ้นอีกจนต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง ในที่สุดซาดาโกะก็จากครอบครัวไปอย่างสงบ ในขณะที่พับนกได้เพียง 644 ตัว
      หลังการเสียชีวิตของซาดาโกะ เพื่อนๆ ที่โศกเศร้าต่อการจากไปของเธอร่วมกันพับนกกระเรียนที่เหลือจนครบ 1,000 ตัว และใส่ไปในโลงศพของเธอด้วย นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งสมาคมนกกระเรียนเพื่อรำลึกถึงซาดาโกะอีกด้วย
      เมื่อเรื่องของซาดาโกะแพร่หลายออกไป ได้มีการบริจาคเงินสร้างอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงซาดาโกะและเด็กๆ อีกหลายคนที่เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู และตั้งที่ใจกลางสวนสาธารณะสันติภาพฮิโรชิม่า โดยอนุสาวรีย์นี้เป็นรูปของซาดาโกะกำลังยืนและยื่นมือทั้งสองข้างขึ้นไปบน ฟ้า ที่มือของเธอถือนกกระเรียนสีทองไว้ด้วย

นี่คือ คำร้องขอของเรา นี่คือ คำภาวนาของเรา สันติภาพจงบังเกิดขึ้นบนโลก...
นี่คือคำที่จารึกไว้ที่ฐานของรูปปั้น



อ้างอิง http://www.clipmass.com/story/3520